วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ย้อนรอย แกะกล่อง BlackBerry Bold 9700

วันนี้ว่างๆ บวกกับเห่อของเล่นใหม่ [Blog] เลยนั่งอัพสักหน่อย

ว่าด้วย เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 ได้มีโอกาสจับจอง BB Bold 9700 [No-Logo]

เรามาเปิดกล่องกันเลยดีกว่า ^_^


BlackBerry Bold 9700 No-Logo กล่องดำด้านๆ (เหมือนจะผลิตด้วยกระดาษ Recycle) ตัวกล่องมีขนาดเล็กกว่ากล่องของ Bold 9000 พอสมควร

แต่ความรู้สึก น่าจะเท่าของ Curve 8900 (ในที่นี้เทียบจากกล่องดำของ No-Logo ด้วยกัน








นี่ที่เขาเรียกว่าซีล แบบแกะเองกับมือ แต่ว่าซีลของ BlackBerry จะต่างจากซีลของพวกรุ่นอื่นๆ คือ ซีลของรุ่นอื่นๆ อย่าง Apple iPhone, Nokia จะเป็นแบบ พลาสติกห่อตัวกล้องไว้ (ทั้งนี้มีหลายแบบ เช่น ห่อมาจากโรงงาน, ร้านค้าห่อเอง)
เอาไว้บทอื่นๆ เราค่อยมาว่ากันเรื่อง ซีลกล่องกัน







ตัวเครื่องหากแกะกล่องเองจะมี Memory แบบ Micro SD ใส่มาให้กับตัวเครื่องเลย 2 GB (แต่หากเป็นเครื่องที่แกะซีล แล้วอาจจะโดนแยกออกไปแล้วเอามาขายเรา แบบบวกเพิ่มอีก 200 บาท) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคนขายและลูกค้า ว่าสนิทกันขนาดไหน (บางทีลูกค้าสนิทๆ ก็อาจจะโดนเหทือนกัน)

CTW ที่ว่างเปล่า

ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของชาวไทยไม่ได้หมายถึงคนไทยเสียใจกับการที่ไม่มีที่เดินเล่น, ช๊อปปิ้ง แต่หมายถึงสุญเสียแหล่งช๊อปปิ้งและย่านศูนย์การค้าที่โด่งดังระดับประเทศ โดยส่วนตัว CTW หรือ Central World ผมก็ไม่ค่อยได้เปิดสักเท่าไร แต่เห็นแล้วใจหาย สิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติ หรือเหตุการณ์ สุดวิสัย แต่เกิดจากฝีมือคนไทยด้วยกันที่บอกว่าตัวเองมาเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยให้กับกลุ่มคนส่วนหนึ่งในคนหมู่มาก


และนี่คือสิ่งที่คนพวกนั้นทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า นั่นก็คือเศษกล่อง โทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็น มือถือสุดหรูราคาแพงอย่าง Apple iPhone 3GS และ BlackBerry Bold 9700 (ซึ่งมันทำร้ายจิตใจคนอย่างเราๆ มาก)

กล่องโทรศัพท์มือถือที่เห็นในรูปถูกทิ้งไว้จำนวนมากในส่วนของด้านหลังเวที ซึ่งเป็นส่วนของ Guard (การ์ด) นปช.

Red shirt march

การมารวมตัวของผู้ที่รักชาติ (จริงรึงๆ รึเปล่า)

การที่พวก กลุ่มคนเสื้อแดง หรือ นปช. ที่อ้างตัวถามหาประชาธิปไตยจากรัฐบาลนายก อภิสิทธิ์ ที่จริงแล้วต้องการอะไร

วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เริ่มต้นที่ดีกับการเขียน Blog

หลังจากที่ได้พยายามเขียนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เ็นอันสำเร็จสักที (ตั้งแต่ Wordpress, Blah blah)

Blog ของ K' เอม นภพัฒน์จักษ์ จึงได้มาลองลงมืือเขียนอีกรอบ กับ Blog นี้